วันที่ 18 กันยายน 2568 นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ และคณะ ร่วมกับนางศุภกาย เล็กศรัณยพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ นางสาวบัวไร ภูสีนาค ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 2 นางสาวกาญจนา ใหม่หล้า ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 3 และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เพื่อติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ณ สหกรณ์การเกษตรเชียงยืน จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลนำโดยนายสายใจ เรืองมณี ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ ฟางข้าว และสหกรณ์มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อและใช้รถแทรกเตอร์และเครื่องอัดฟางของสหกรณ์ให้บริการอัดฟางให้แก่สมาชิก สมาชิกนำฟางข้าวไปใช้ในการเลี้ยงโค และใช้เกี่ยวกับการเกษตร ในส่วนของพื้นที่นาหลังการเก็บเกี่ยวสมาชิกได้จัดการโดยการไถกลบตอซัง
ต่อมาได้ลงพื้นที่ ณ สหกรณ์การเกษตรโกสุมพิสัย จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลนำโดยนายสมเดช ยุทธศักดิ์สมบุญ ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ ฟางข้าว สหกรณ์ได้ใช้รถแทรกเตอร์และเครื่องอัดฟางที่ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและการขนส่งของสหกรณ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในการให้บริการอัดฟางแก่สมาชิกและเกษตรกรทั่วไป และสหกรณ์ได้รวบรวมฟางจากสมาชิกเพื่ออัดฟางไว้จำหน่ายให้เกษตรกรทั่วไป ส่วนพื้นที่นาหลังการเก็บเกี่ยวสมาชิกได้จัดการโดยการไถกลบตอซัง ซึ่งช่วยให้ลดการเผาพื้นที่การเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวได้ นอกจากนี้สหกรณ์ได้ดำเนินการเลี้ยงเป็ด จำนวน 1,000 ตัว โดยเริ่มเมื่อเดือนธันวาคม 2567 เพื่อจัดจำหน่ายไข่เป็ด และเป็นแนวทางในการส่งเสริมอาชีพให้สมาชิกสหกรณ์ต่อไป
วันที่ 17 กันยายน 2568 นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ และคณะ
ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการเพื่อติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดยโสธร โดยได้เข้าพบนายภาณุพงศ์ แสงคำ สหกรณ์จังหวัดยโสธร เพื่อรับฟังผลการดำเนินโครงการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร พร้อมลงพื้นที่ร่วมกับผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนานาธุรกิจสหกรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 4 และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดยโสธร ณ สหกรณ์การเกษตรห้องแซง จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลโดยประธานกรรมการสหกรณ์ฯ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ และผู้จัดการสหกรณ์ฯ สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำสวนยางพารา ได้รับการอบรมประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัสดุเหลือใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจทางการเกษตร ภายใต้โครงการฯ เมื่อวันที่ 17 - 18 กรกฎาคม 2568 จากการอบรม สหกรณ์ได้รับความรู้เรื่องปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด โดยองค์ความรู้ที่ได้รับครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยสหกรณ์มีแผนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ซึ่งสหกรณ์ได้ต่อยอดจากโครงการของการยางแห่งประเทศไทย ที่ได้สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องผลิตปุ๋ยอัดเม็ด เมื่อปี 2567 ปัจจุบันสหกรณ์ได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการให้สมาชิกสหกรณ์ที่ทำสวนยางพาราทดลองใช้ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สหกรณ์ฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สมาชิกสหกรณ์ให้หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กับปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นการลดการใช้ปุ๋ยเคมีรวมทั้งลดต้นทุนของสมาชิกสหกรณ์ จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมแปลงเกษตรของสมาชิก ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดยโสธร
ต่อมาได้ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนานาธุรกิจสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด ณ สหกรณ์การเกษตรโพธิ์ชัย จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลโดย ประธานกรรมการสหกรณ์คณะกรรมการสหกรณ์ฯ และที่ปรึกษาสหกรณ์ สหกรณ์เข้าร่วมโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ต่อเนื่องตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2567 - 2568 สมาชิกสหกรณ์ประกอบอาชีพ ทำนาข้าว ปลูกมันสำปะหลัง และทำสวนยางพารา มีเศษวัสดุเหลือใช้ คือ ฟางข้าว สมาชิกส่วนใหญ่ดำเนินการจัดการวัสดุเหลือใช้ในพื้นที่ โดยการไถปั่นและอัดก้อนฟางเพื่อจำหน่าย โดยหลังการเข้าร่วมโครงการฯ สมาชิกได้นำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยการนำฟางข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยวมาใช้ประโยชน์ในการผลิตเห็ดฟางเพื่อเสริมรายได้ และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สหกรณ์ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด ภายใต้โครงการฯ รายการรถแทร็กเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ ขนาดไม่น้อยกว่า 50 แรงม้า จำนวน 1 คัน ซึ่งสหกรณ์ได้นำไปให้บริการในการปรับพื้นที่การเกษตรและไถกลบตอซังแก่สมาชิก
วันที่ 31 กรกฎาคม 2568
นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ และคณะ
ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการเพื่อติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยได้เข้าพบนางพรสถิตย์ กำไรทอง สหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ เพื่อรับฟังผลการดำเนินโครงการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร พร้อมลงพื้นที่ร่วมกับผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนานาธุรกิจสหกรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 3 และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ ณ กลุ่มเกษตรกรทำสวนยางพาราร่วมใจพัฒนาตำบลไคสี ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลโดยนายณรงชัย ระดาบุตร ประธานกรรมการ และคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกร โดยกลุ่มเกษตรกรฯ ได้รับการอบรมประชุมเชิงปฏิบัติการการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจจากวัสดุเหลือใช้ของสหกรณ์ ภายใต้โครงการฯ เมื่อวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2568 จากการประชุมกลุ่มเกษตรกรฯ มีแผนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบอุดหนุนอุปกรณ์การตลาด ภายใต้โครงการฯ ปีงบประมาณ 2568
และสหกรณ์การเกษตรเซกา จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลโดย นางวัชรากร วรรณปักษิณ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการสหกรณ์ฯ และนางสาวนิ่มนวล ศรีรักษา ผู้จัดการสหกรณ์ฯ โดยปัจจุบันสมาชิกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและทำนาข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือน มีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ ฟางข้าว สหกรณ์ได้รับการอบรมประชุมเชิงปฏิบัติการการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร/สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ของสหกรณ์ เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2568 จากการประชุมฯ สหกรณ์ มีแผนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ ก้อนเชื้อเห็ดเพื่อจำหน่าย ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ได้เข้าเยี่ยมชมแปลงเกษตรของสมาชิกสหกรณ์ฯ
วันที่ 21 - 22 กรกฎาคม 2569
นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร ได้ดำเนินการจัดโครงการศึกษาต้นแบบการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รุ่นที่ 1 ณ สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม
วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อศึกษาต้นแบบการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ และเป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์การเกษตรให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสหกรณ์และเกษตรกรไทย มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 23 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ฝ่ายจัดการ เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และเจ้าหน้าที่โครงการ
โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากคณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ผศ.ดร.ชวพร บำรุงพฤกษ์
วันที่ 30 กรกฎาคม 2568
นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ และคณะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ของสหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลนำโดยนายกิตติพงษ์ อ่อนอุดม ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการสหกรณ์ นายบุญคุ้ม ยอดคีรี ผู้จัดการสหกรณ์และเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด
ในปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ปลูกข้าว และอ้อย มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ ฟางข้าว และใบอ้อย
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี ได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจจากวัสดุเหลือใช้ของสหกรณ์ ภายใต้โครงการฯ เมื่อวันที่ 19 - 20 กรกฎาคม 2568 จากการประชุมฯ สหกรณ์มีแผนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ การอัดฟางก้อน และอัดใบอ้อย ซึ่งจะทำให้สมาชิกลดการเผาตอซังและใบอ้อยในพื้นที่รวมถึงสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกได้
วันที่ 20 สิงหาคม ๒๕๖๘ นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร พร้อมด้วยคณะ เข้าร่วมการประชุมระดมความคิดเห็นแบบมีส่วนร่วม (Focus Group) โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางสาวนัฐชาสิตา สังฆโสภณ ผู้อำนวยการส่วนประเมินผลการพัฒนาสถาบันเกษตรกรและเกษตรกร เป็นประธานในการประชุม
ในการนี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ได้แก่ กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้ง นักวิชาการ ผู้แทนจากสถาบันเกษตรกร เกษตรกร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการดำเนินงานโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและต่อยอดในการดำเนินงานโครงการในระยะต่อไป
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ
“พัฒนาสหกรณ์ต้นแบบในการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตอื่น” ระหว่างวันที่ 23 - 25 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมคุ้มไทรงาม จังหวัดสงขลา โดยมีนายวงศ์ชัย ไชยโย ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และนางนาถประภา ยอดแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ เป็นผู้กล่าวรายงาน กลุ่มเป้าหมายโครงการ ประกอบด้วย ผู้แทนสหกรณ์สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มอาชีพภายใต้สังกัดสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 50 ราย
การจัดโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการจัดการสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น/สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาต้นแบบสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น/สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร
วันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2568 กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรโดยกลุ่มพัฒนาสหกรณ์โคนมและโคเนื้อ ได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่เย็น ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งระบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chian)ของสถาบันเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขนส่ง และการกระจายสินค้าของภาคการเกษตรโดยเฉพาะสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมและเพื่อส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรมีการลดต้นทุนด้านห่วงโซ่เย็น รวมถึงสามารถประเมินปัญหาและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่เย็น และกำหนดกิจกรรมที่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะของสหกรณ์ ซึ่งกรมได้จัดการประชุมเพื่อเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Cold Chain management ผ่านระบบ zoom meeting ในเดือนธันวาคม 2567 และเดือนมกราคม 2568 และให้สหกรณ์เป้าหมายดำเนินการจัดประชุมเพื่อจัดทำแผนการบริหารห่วงโซ่เย็น เพื่อมุ่งเน้นให้สหกรณ์สามารถประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่เย็น พร้อมทั้งกำหนดกิจกรรมที่สามารถดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาของแต่ละสหกรณ์ได้ อีกทั้ง ยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนแผนการจัดการระบบห่วงโซ่เย็นของสหกรณ์เป้าหมายเพื่อนำมาขยายผลการดำเนินงานในสหกรณ์อื่นได้ โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้แทนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง วิทยากร และผู้สังเกตการณ์รวมทั้งสิ้น 50 คน