ขนาดตัวอักษร เล็ก ปกติ ใหญ่
  • กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร

กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์

ลงพื้นที่ถ่ายทำข่าวประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

      วันที่ 15 - 17 กันยายน 2568 นางสาวอัญชลี จอมปุก นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และทีมงานสำนักข่าวท๊อปนิวส์ เพื่อถ่ายทำข่าวประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมถึงประชาสัมพันธ์สินค้าอัต ลักษณ์พื้นถิ่นของทั้ง 2 สินค้า ดังนี้
     1 สหกรณ์การเกษตรอินทร์ทัพไทย จำกัด จังหวัดสุรินทร์ สินค้า ได้แก่ ข้าวปะกาอำปึล หรือข้าวดอกมะขาม เป็นข้าวพื้นถิ่นเมืองสุรินทร์ จุดเด่นคือ นุ่มเหนียว หนึบ และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ มีใยอาหารสูง และมีสารกาบ้าสูง ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทและเสริมสร้างเม็ดเลือด
     2 สหกรณ์ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวสะพาน จำกัด จังหวัดบุรีรัมย์ สินค้า ได้แก่ ผ้าซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์ สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จุดเด่น คือ ลักษณะพิเศษของผ้าไหมที่จะมัดหมี่ลายพื้นเมือง ทอด้วยไหมทั้งผืน มีหัวซิ่นและตีนซิ่นของผ้าจะเป็นสีแดงสด
     ทั้งนี้ท่านสามารถรับชมเรื่องราวของทั้งสองสินค้าผ่านช่องทาง TOP News ช่อง 77 วันและช่วงเวลาออกอากาศสามารถติดตามได้ที่ เพจ Facebook กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร เร็วๆนี้

ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการจังหวัดตาก เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

          วันที่ 19 มิถุนายน 2568 นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ และคณะ ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดตาก เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ณ สหกรณ์ขุนโคจังหวัดตาก จำกัด เดิมสมาชิกมีอาชีพเลี้ยงโคเนื้อ ปัจจุบันโคเนื้อมีราคาตกต่ำ สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนมาปลูกอ้อย จากการทำไร่อ้อยทำให้เหลือเศษใบและยอดอ้อยหลังการเก็บเกี่ยว บางส่วนสหกรณ์และสมาชิกนำมาใช้เป็นส่วนผสมอาหารโค บางส่วนมีแผนที่จะนำมาทำปุ๋ยหมักผสมมูลโค เพื่อไม่ให้เกิดการเผาในพื้นที่ของสมาชิกสหกรณ์ พร้อมติดตามการใช้ประโยชน์อุปกรณ์การตลาดภายใต้โครงการฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 4 รายการ ได้แก่ เครื่องปลูกอ้อย เครื่องมือพรวนดินจอบหมุนแนวตั้ง ผานพรวนติดรถแทรกเตอร์ และโดรนการเกษตร สำหรับให้บริการแก่สมาชิก และได้ติดตามผลการดำเนินโครงการฯ สหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัด ซึ่งสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเลี้ยงโค ปัจจุบันสมาชิกใช้มูลโคเป็นปุ๋ยคอกสำหรับปรับปรุงสภาพพื้นที่เพาะปลูก สหกรณ์จึงมีแผนสร้างมูลค่าเพิ่มมูลโค เป็นปุ๋ยมูลโคอัดเม็ด พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงกิจกรรมการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร/สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และติดตามการใช้ประโยชน์รถตักล้อยาง ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการยกระดับสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำหรับธุรกิจรวบรวมผลผลิตจากสมาชิก

ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ของสหกรณ์การเกษตรเมืองเทิง จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลนำโดยนายวิชัย เขื่อนเชียงสา

วันที่ 10 กันยายน 2568
นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ และคณะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ของสหกรณ์การเกษตรเมืองเทิง จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลนำโดยนายวิชัย เขื่อนเชียงสา ผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ สหกรณ์การเกษตรเมืองเทิง จำกัด เข้าร่วมโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 สมาชิกสหกรณ์ปลูกข้าว มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้แก่ ฟางข้าว สหกรณ์มีแผนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ การรวบรวมฟางข้าวจากสมาชิก เพื่อนำมาจัดจำหน่ายให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่ และสหกรณ์การเกษตรหงาวตับเต่า จำกัด ได้รับการต้อนรับโดยนางปาริชาติ อาจอาษา รักษาการผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ สหกรณ์การเกษตรหงาวตับเต่า จำกัด เข้าร่วมโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 สมาชิกสหกรณ์ปลูกข้าวโพด และสหกรณ์ได้รวบรมรวมข้าวโพดจากสมาชิก จึงมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้แก่ ซังข้าวโพด และเปลือกข้าวโพด สหกรณ์ได้เข้าร่วม “โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการนําเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินธุรกิจ จากวัสดุเหลือใช้ของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร” เมื่อวันที่ 30 - 31 กรกฎาคม 2568 มีแผนในการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ การนำซังข้าวโพดมาเป็นเชื้อเพลิง และการทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จากการนำซังข้าวโพดมาเป็นเชื้อเพลิงในการอบข้าวโพดทำให้สหกรณ์สามารถลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้มาก สมาชิกมีรายได้จากการนำข้าวโพดมาจำหน่ายให้สหกรณ์ ส่งผลให้ลดปัญหาการเผาในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ลงพื้นที่ติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ณ จังหวัดอุดรธานี

 

วันที่ 30 กรกฎาคม 2568

นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ และคณะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามผลดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ของสหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด ได้รับการต้อนรับและให้ข้อมูลนำโดยนายกิตติพงษ์ อ่อนอุดม ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการสหกรณ์ นายบุญคุ้ม ยอดคีรี ผู้จัดการสหกรณ์และเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด 

ในปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ปลูกข้าว และอ้อย มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ ฟางข้าว และใบอ้อย  

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี ได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจจากวัสดุเหลือใช้ของสหกรณ์ ภายใต้โครงการฯ เมื่อวันที่ 19 - 20 กรกฎาคม 2568 จากการประชุมฯ สหกรณ์มีแผนบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คือ การอัดฟางก้อน และอัดใบอ้อย ซึ่งจะทำให้สมาชิกลดการเผาตอซังและใบอ้อยในพื้นที่รวมถึงสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกได้ 

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มอบหมายผอ.กพก. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการจัดงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา” ครั้งที่ 2/2568

          วันที่ 11 ธันวาคม 2568 นายพิษณุ พินรอด ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร พร้อมด้วยนางนาถประภา ยอดแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการจัดงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา” ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมงานภายใต้ “Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” ที่จะจัดขึ้นวันที่ 28–31 ธันวาคม 2568 บริเวณริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมจัด 4 โซนกิจกรรม ได้แก่ จุดเช็คอินและโปรโมทพืชสวนโลก 2026 / โซนจำหน่ายสินค้าเกษตร / โซนสาธิต–นันทนาการ / และโซนอำนวยการ–ประชาสัมพันธ์ พร้อมวางระบบจัดการขยะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เข้าร่วมการประชุมระดมความคิดเห็นแบบมีส่วนร่วม (Focus Group) โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

วันที่ 20 สิงหาคม ๒๕๖๘ นางนัยนา จุลพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร พร้อมด้วยคณะ เข้าร่วมการประชุมระดมความคิดเห็นแบบมีส่วนร่วม (Focus Group) โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางสาวนัฐชาสิตา สังฆโสภณ ผู้อำนวยการส่วนประเมินผลการพัฒนาสถาบันเกษตรกรและเกษตรกร เป็นประธานในการประชุม
ในการนี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ได้แก่ กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้ง นักวิชาการ ผู้แทนจากสถาบันเกษตรกร เกษตรกร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการดำเนินงานโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและต่อยอดในการดำเนินงานโครงการในระยะต่อไป

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ  “พัฒนาสหกรณ์ต้นแบบในการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตอื่น” จ.สงขลา

         วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาสหกรณ์ต้นแบบในการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตอื่น” ระหว่างวันที่ 23 - 25 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมคุ้มไทรงาม จังหวัดสงขลา โดยมีนายวงศ์ชัย ไชยโย ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และนางนาถประภา ยอดแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาสหกรณ์ประมงและปศุสัตว์ เป็นผู้กล่าวรายงาน กลุ่มเป้าหมายโครงการ ประกอบด้วย ผู้แทนสหกรณ์สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มอาชีพภายใต้สังกัดสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 50 ราย
         การจัดโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการจัดการสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น/สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาต้นแบบสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น/สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่เย็น ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง...

วันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2568 กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรโดยกลุ่มพัฒนาสหกรณ์โคนมและโคเนื้อ ได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่เย็น ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งระบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chian)ของสถาบันเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขนส่ง และการกระจายสินค้าของภาคการเกษตรโดยเฉพาะสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมและเพื่อส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรมีการลดต้นทุนด้านห่วงโซ่เย็น รวมถึงสามารถประเมินปัญหาและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่เย็น และกำหนดกิจกรรมที่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะของสหกรณ์ ซึ่งกรมได้จัดการประชุมเพื่อเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Cold Chain management ผ่านระบบ zoom meeting ในเดือนธันวาคม 2567 และเดือนมกราคม 2568 และให้สหกรณ์เป้าหมายดำเนินการจัดประชุมเพื่อจัดทำแผนการบริหารห่วงโซ่เย็น เพื่อมุ่งเน้นให้สหกรณ์สามารถประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่เย็น พร้อมทั้งกำหนดกิจกรรมที่สามารถดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาของแต่ละสหกรณ์ได้ อีกทั้ง ยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนแผนการจัดการระบบห่วงโซ่เย็นของสหกรณ์เป้าหมายเพื่อนำมาขยายผลการดำเนินงานในสหกรณ์อื่นได้ โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้แทนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง วิทยากร และผู้สังเกตการณ์รวมทั้งสิ้น 50 คน

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2568 โดยกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร
copyright © 2026 agriculture sector cooperative and farmer groups development division
ภาพและวีดีโอ จากเว็บไซต์ canva.com